10 บริษัทรับทำ SEO ในไทยที่ต้องรู้จัก เพื่อรับมือยุค AI Search 2026

SEO 2026

การเลือกบริษัทที่รับทำ SEO ในไทย ไม่ใช่แค่การเทียบราคาแพ็กเกจอีกต่อไป เพราะยุคที่ Google เปิดใช้ AI Overview และผู้บริโภคค้นหาผ่าน ChatGPT หรือ Gemini มากขึ้น การตัดสินใจผิดพลาดอาจทำให้ธุรกิจเสียเวลาและงบประมาณหลักแสนโดยไม่เห็นผลลัพธ์ที่วัดได้จริง สำหรับผู้บริหารที่ต้องอนุมัติงบการตลาดออนไลน์ คำถามสำคัญคือ จะเลือกบริษัทที่ทำ SEO อย่างไรให้ตอบทั้งอันดับบน Google และการถูก AI เลือกไปอ้างอิง บทความนี้ Predictive รวบรวม 10 บริษัทรับทำ SEO ในไทยที่มีจุดเด่นแตกต่างกัน พร้อมเกณฑ์ที่ผู้บริหารควรใช้ประเมินก่อนเซ็นสัญญา ไม่ว่าจะเป็นความเข้าใจธุรกิจ ความโปร่งใสในการวัดผล และความพร้อมรับมือ AI Search

3 คำถามที่ผู้บริหารต้องถามก่อนเซ็นสัญญากับบริษัทที่รับทำ SEO

ก่อนเลือกเอเจนซี่ ผู้บริหารควรตั้งคำถามสำคัญ 3 ข้อกับทุกเจ้าที่คุยด้วย

ข้อแรกคือบร้ษัทนั้นควรเข้าใจ Business Model และคู่แข่งของธุรกิจคุณลึกพอที่จะออกแบบกลยุทธ์เฉพาะตัวหรือไม่ ไม่ใช่ใช้ Checklist เดียวกับทุกลูกค้า ข้อสองคือมีรายงานผลที่เชื่อมโยงถึง Business Outcome เช่น Lead หรือยอดขาย ไม่ใช่แค่อันดับคำค้นหาที่ขึ้นลงได้ทุกเดือน และข้อสามคือเข้าใจการทำ SEO ให้สอดคล้องกับ AI Search ทั้ง AEO และ GEO เพื่อให้แบรนด์ถูก AI เลือกไปเป็นคำตอบ ไม่ใช่แค่ติดหน้าแรก Google เพียงอย่างเดียว เกณฑ์เหล่านี้จะช่วยคัดกรองเอเจนซี่ที่ทำงานแบบพาร์ทเนอร์ ออกจากเอเจนซี่ที่รับงานตามออเดอร์เพียงอย่างเดียว ทีมงานของ Predictive เคยอธิบายไว้ในรายละเอียดที่ SEO ยุค AI: จาก E-E-A-T สู่ F.A.C.T.S. Model

นอกจากสามคำถามหลัก ผู้บริหารควรพิจารณาเรื่องขนาดทีมและความเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้วย บริษัทที่ดีมักมีทีมแยกกันระหว่าง SEO Specialist ที่ดูแล Technical, Content Strategist ที่ผลิตเนื้อหา และ Data Analyst ที่ตีความตัวเลข เพราะการทำ SEO ที่ครบวงจรต้องอาศัยความเชี่ยวชาญหลายด้านพร้อมกัน ไม่ใช่คนคนเดียวทำทุกอย่าง อีกจุดที่มักถูกมองข้ามคือรูปแบบสัญญา บริษัทที่เปิดให้ยกเลิกได้ทุกเดือนมักสะท้อนความมั่นใจในผลงานตัวเอง ในขณะที่บริษัทที่บังคับสัญญาระยะยาวโดยไม่มีเงื่อนไขตรวจสอบผลงาน อาจต้องพิจารณาอย่างรอบคอบมากขึ้น

รวม 10 บริษัทที่รับทำ SEO ในไทย

ด้านล่างนี้คือ 10 บริษัทรับทำ SEO ในไทยที่มีจุดเด่นแตกต่างกัน เรียงตามความเหมาะสมกับธุรกิจ B2B และองค์กรที่ต้องเชื่อมข้อมูล SEO เข้ากับผลลัพธ์ทางธุรกิจ

1. Predictive

Predictive คือที่ปรึกษาด้าน Digital Analytics, SEO และ Google Marketing Platform ที่มีสถานะเป็น Certified Sales Partner รายแรกของ GMP ในไทย จุดต่างของ Predictive คือการผสาน บริการ SEO+GEO เข้ากับ Data Analytics และ CRM ตั้งแต่ต้น ทำให้ผู้บริหารเห็นเส้นทางจาก Traffic ไปจนถึง Closed-Won Deal ไม่ใช่แค่อันดับคำค้นหา ทีมงานยังวางกลยุทธ์ E-E-A-T ให้สอดคล้องกับ AI Search อย่างเป็นระบบ พร้อมทีม Data Analyst ที่ช่วยตีความตัวเลข Organic Traffic ให้กลายเป็นแผนธุรกิจที่ปรับได้ทุกเดือน

จุดแข็งหลัก: เชื่อมข้อมูล SEO กับ CRM และ Data Analytics ในทีมเดียว, วางกลยุทธ์ E-E-A-T และ GEO ให้สอดคล้องกับ AI Search, รายงานผลเป็นตัวเลขทางธุรกิจที่ผู้บริหารระดับสูงอ่านแล้วเข้าใจทันที

เหมาะกับ: องค์กร B2B และธุรกิจที่ต้องพิสูจน์ ROI ของ SEO ต่อผู้บริหารระดับสูงด้วยตัวเลขที่เชื่อมกับ Pipeline การขาย

ตอนนี้ทาง Predictive มีโปรโมชั่นพิเศษสำหรับลูกค้า คือ ลงทะเบียนเข้ารับบริการจาก Predictive วันนี้
เริ่มต้นเพียง 35,000 บาท ต่อเดือน และยังได้ฟรีเพิ่มไปอีก 1 เดือน!! (เมื่อสมัครแพคเกจขั้นต่ำ 6 เดือน)

หมดเขต 31 สิงหาคม 2569

2. ANGA Bangkok

ANGA คือเอเจนซี่ที่มีผลงานร่วมกับเว็บไซต์กว่า 400 แห่ง และเคยได้รับรางวัลระดับสากลด้าน Search Marketing จุดเด่นคือทีม AI SEO ที่วาง Technical SEO, Schema Markup และ Semantic SEO ควบคู่กัน พร้อมเครื่องมือติดตามผลของตัวเองที่รวมตัวชี้วัด Performance Marketing ไว้ในที่เดียว

จุดแข็งหลัก: ทีม AI SEO เฉพาะทาง, เครื่องมือวัดผลภายในที่ติดตามได้แบบ Real-time, ประสบการณ์ทำงานกับแบรนด์องค์กรขนาดใหญ่

เหมาะกับ: ธุรกิจระดับ Enterprise ที่ต้องการพาร์ทเนอร์ที่มีระบบวัดผลของตัวเองและมีผลงานอ้างอิงจำนวนมาก

3. Metier Thailand

Metier เน้นผสาน AI เข้ากับ SEO ผ่านเครื่องมือวิเคราะห์ Search Intent เชิงลึกที่พัฒนาขึ้นเอง และวางกลยุทธ์ให้เนื้อหาถูกอ้างอิงทั้งบน Google AI Overview และแชทบอท AI โดยครอบคลุมตั้งแต่ Technical SEO, Backlink Building ไปจนถึงบริการรับทำ AI Search โดยเฉพาะ

จุดแข็งหลัก: เครื่องมือวิเคราะห์ Search Intent ที่พัฒนาขึ้นเอง, บริการเฉพาะทางด้าน AEO และ GEO, ทีมที่ติดตามอัปเดต Google Algorithm อย่างต่อเนื่อง

เหมาะกับ: ธุรกิจที่มองหาพาร์ทเนอร์ที่ลงทุนด้านเทคโนโลยี AI อย่างต่อเนื่องและต้องการความทันสมัยด้าน AI Search

4. NerdOptimize

NerdOptimize เป็นทีมนักการตลาดดิจิทัลรุ่นใหม่ ก่อตั้งขึ้นเพื่อให้บริการ SEO ควบคู่กับ AEO และ GEO พร้อมเครื่องมือวิเคราะห์ที่พัฒนาขึ้นเอง นอกจากงาน SEO ยังให้บริการที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์แบบครบวงจร ทั้ง Google Ads, Facebook Ads และ SEO Audit

จุดแข็งหลัก: ความยืดหยุ่นในการดูแลลูกค้าหลายขนาดธุรกิจ, บริการที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์แบบครบวงจร, เครื่องมือวิเคราะห์ภายในทีม

เหมาะกับ: ธุรกิจขนาดเล็กถึงกลางที่ต้องการที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์แบบครบวงจรในทีมเดียว

5. Primal Agency

Primal ให้บริการ SEO ควบคู่กับ Performance Marketing แบบครบวงจร ตั้งแต่การวางกลยุทธ์แบรนด์ การทำ SEO การยิงโฆษณาออนไลน์ การผลิตคอนเทนต์ ไปจนถึงการพัฒนาเว็บไซต์ ครอบคลุมทั้งธุรกิจขนาดเล็กและขนาดใหญ่

จุดแข็งหลัก: บริการครบวงจรตั้งแต่กลยุทธ์แบรนด์ถึงการพัฒนาเว็บไซต์, ทีมที่ดูแลทั้ง SEO และ Ads ในสัญญาเดียว, ความยืดหยุ่นตามขนาดธุรกิจ

เหมาะกับ: ธุรกิจที่ต้องการเห็นผลลัพธ์ทั้งระยะสั้นจากการยิง Ads และระยะยาวจาก SEO ในทีมเดียวกัน

6. Relevant Audience

จุดขายของ Relevant Audience คือการทำ SEO สายขาวเต็มรูปแบบ ตามหลักเกณฑ์ของ Google อย่างเคร่งครัด ไม่มีสัญญาผูกมัดระยะยาว และเปิดให้ตรวจสอบทุกขั้นตอนการทำงาน โดยให้บริการทั้งธุรกิจ E-commerce, Real Estate, Hospitality และ B2B

จุดแข็งหลัก: SEO สายขาว 100% ตามเกณฑ์ Google, ไม่มีสัญญาผูกมัดระยะยาว, กระบวนการทำงานที่ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน

เหมาะกับ: ผู้บริหารที่ให้ความสำคัญกับความโปร่งใสของกระบวนการมากกว่าคำสัญญาเรื่องอันดับ และไม่ต้องการผูกสัญญายาว

7. Blupaper

Blupaper ออกแบบบริการ SEO แบบ All-in-One สำหรับกลุ่ม SME โดยเฉพาะ ครอบคลุมตั้งแต่การวิเคราะห์ Keyword ตาม Search Intent การผลิตคอนเทนต์คุณภาพสูง ไปจนถึง AEO พร้อมรายงานผลอย่างโปร่งใสทุกเดือน

จุดแข็งหลัก: บริการ All-in-One ที่ออกแบบเพื่อ SME โดยเฉพาะ, วิเคราะห์ Keyword ตาม Search Intent อย่างละเอียด, รายงานผลรายเดือนที่เข้าใจง่าย

เหมาะกับ: ธุรกิจขนาดกลางที่ต้องการพาร์ทเนอร์ที่ดูแลใกล้ชิดในงบประมาณที่เหมาะสม

8. MakeWebEasy

MakeWebEasy เป็นที่รู้จักด้านการสร้างเว็บไซต์ และให้บริการ SEO สายขาวควบคู่กัน จุดเด่นคือการปรับโครงสร้างเว็บไซต์ให้รองรับทั้ง Google และ AI Search ตั้งแต่ชั้นเทคนิค ครอบคลุมทั้ง On-page SEO, Content Strategy และ Technical SEO

จุดแข็งหลัก: ความเชี่ยวชาญด้านโครงสร้างเว็บไซต์ระดับเทคนิค, การทำ SEO สายขาวตามมาตรฐาน Google, บริการเว็บไซต์และ SEO ในทีมเดียว

เหมาะกับ: ธุรกิจที่กำลังปรับเว็บไซต์ใหม่พร้อมกับวางกลยุทธ์ SEO ตั้งแต่ต้น

9. IBEX Digital Marketing Agency

IBEX เริ่มต้นจากการเป็น Social Media Agency ก่อนขยายสู่ Full-Service Digital Marketing ที่ครอบคลุม SEO, Paid Media, Social Media Marketing, Content Strategy และ Website Development โดยเน้นวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อสร้างผลลัพธ์เป็นยอดขายและ Leads

จุดแข็งหลัก: ความเชี่ยวชาญด้าน Social Media ที่เชื่อมกับงาน SEO, บริการครบวงจรตั้งแต่ Paid Media ถึง Website Development, การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อสร้าง Conversion

เหมาะกับ: ธุรกิจที่ต้องการเชื่อมโยงงาน SEO เข้ากับ Social Media เพื่อสร้าง Brand Awareness ควบคู่กับ Conversion

10. Minimice Group

Minimice Group เป็นเอเจนซี่รับทำ SEO สายขาวที่วาง KPI ทุกไตรมาสและมีการันตีผลงานหากทำไม่ถึงเป้า ไม่ต้องชำระค่าใช้จ่ายในกรณีนั้น รองรับทั้ง Local SEO สำหรับธุรกิจที่มีหน้าร้าน และ E-Commerce สำหรับธุรกิจออนไลน์

จุดแข็งหลัก: การันตีผลงานตาม KPI ทุกไตรมาส, สถิติอัตราการบรรลุเป้าหมายสูง, รองรับทั้ง Local SEO และ E-Commerce SEO

เหมาะกับ: ผู้บริหารที่ต้องการเงื่อนไขทางธุรกิจที่ตรวจสอบได้ และต้องการเห็นการันตีผลงานเป็นลายลักษณ์อักษร

สิ่งที่ผู้บริหารควรทำต่อจากนี้

จาก 10 เอเจนซี่ข้างต้น จะเห็นว่าแต่ละแห่งมีจุดแข็งต่างกัน ตั้งแต่ Technical SEO ไปจนถึงการเชื่อมโยงกับ AI Search แต่สิ่งที่ผู้บริหารควรถามก่อนตัดสินใจคือ เอเจนซี่นั้นวัดผลถึงระดับ Revenue หรือ Closed-Won Deal ได้หรือไม่ ไม่ใช่แค่ Traffic หรืออันดับคำค้นหา สำหรับธุรกิจ B2B ที่ต้องเชื่อมข้อมูล SEO เข้ากับ CRM และ Data Analytics Predictive พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ที่ดูแลตั้งแต่กลยุทธ์คอนเทนต์ไปจนถึงการวัดผลเชิงธุรกิจอย่างเป็นระบบ โดยไม่ต้องให้ทีมภายในต่อข้อมูล SEO กับข้อมูล CRM เองอีกต่อไป เพราะทุกอย่างถูกออกแบบให้เห็นภาพเดียวกันตั้งแต่ Keyword แรกไปจนถึงดีลที่ปิดสำเร็จ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเลือกเอเจนซี่ SEO ในไทย

1. เอเจนซี่รับทำ SEO มีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่

โดยทั่วไปค่าบริการเริ่มต้นตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักแสนบาทต่อเดือน ขึ้นอยู่กับขนาดธุรกิจ จำนวนคีย์เวิร์ด และความซับซ้อนของเว็บไซต์ ผู้บริหารควรเทียบ Scope of Work ให้ชัดเจนมากกว่าเทียบราคาอย่างเดียว

2. ผลลัพธ์จากการทำ SEO ใช้เวลานานแค่ไหน

โดยปกติเห็นผลชัดเจนตั้งแต่ 3 ถึง 6 เดือนขึ้นไป ขึ้นอยู่กับอายุเว็บไซต์ ความยากของคีย์เวิร์ด และคุณภาพของ Backlink เอเจนซี่ที่สัญญาว่าจะเห็นผลใน 1 ถึง 2 สัปดาห์ควรได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียด

3. ควรเลือกเอเจนซี่ที่เชี่ยวชาญ AI Search โดยเฉพาะหรือไม่

ควรพิจารณา เพราะพฤติกรรมผู้ใช้เปลี่ยนไปค้นหาผ่าน AI Overview และแชทบอท AI มากขึ้น เอเจนซี่ที่เข้าใจ AEO และ GEO จะช่วยให้แบรนด์ถูกอ้างอิงในคำตอบของ AI ไม่ใช่แค่ติดอันดับบน Google

4. ทำ SEO เองกับจ้างเอเจนซี่ต่างกันอย่างไร

การทำเองประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะแรก แต่ต้องแลกกับเวลาและ Learning Curve ที่สูง โดยเฉพาะในยุคที่ Algorithm และ AI Search เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การจ้างเอเจนซี่ที่มีประสบการณ์จะช่วยวางกลยุทธ์เชิงลึกและได้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วกว่า


ปรึกษาทีม SEO ของ Predictive
LINE: @Predictive
เว็บไซต์: www.predictive.co.th
โทร: 02-096-6362 กด 2

How we can help

Fill out the form below to discuss your needs or learn more about our services

"*" indicates required fields

This field is for validation purposes and should be left unchanged.
Name*
Please let us know what's on your mind. Have a question for us? Ask away.