Agentic AI vs AI Agent

Agentic AI vs AI Agent: ความแตกต่างที่ธุรกิจต้องรู้ก่อนลงทุนใน AI

ปัจจุบัน AI กลายเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนธุรกิจ แต่เมื่อพูดถึง AI ในบริบทของการทำงานจริง หลายคนอาจยังสับสนระหว่าง Agentic AI และ AI Agent สองแนวคิดที่ดูคล้ายกันแต่มีบทบาทและศักยภาพแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

AI Agents คือ

AI Agents คือ ผู้ช่วยดิจิทัลที่ถูกสร้างมาเพื่อทำงานเฉพาะเจาะจง เช่น ตอบคำถามลูกค้า, จัดตารางนัดหมาย, หรือช่วยเขียนอีเมล พวกเขาจะทำตามคำสั่งที่เราป้อนเข้าไปแบบเป๊ะ ๆ ลองนึกภาพว่าคุณมีผู้ช่วยส่วนตัวที่เก่งมาก ๆ ในการทำงานบางอย่าง แต่ต้องบอกเขาอย่างละเอียดทุกขั้นตอนว่าจะทำอะไร นั่นแหละคือ “AI Agents”

ตัวอย่าง AI Agents

แชทบอท: เหมือนพนักงานต้อนรับที่ตอบคำถามลูกค้าตามคู่มือที่กำหนดไว้

Google Assistant

Siri หรือ Google Assistant: เหมือนเลขาส่วนตัวที่ช่วยตั้งเตือนหรือเช็คสภาพอากาศตามที่เราสั่ง

Agentic AI คือ

Agentic AI คือ AI ที่สามารถทำงานแบบ อิสระและมีการตัดสินใจด้วยตัวเอง โดยเรียนรู้ ปรับกลยุทธ์ และดำเนินการอย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องรอคำสั่งทุกขั้นตอน เปรียบเสมือนผู้ช่วยที่สามารถคิดวิเคราะห์ และดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายได้ด้วยตนเอง

ตัวอย่าง Agentic AI

รถยนต์ไร้คนขับ (เช่น Tesla Full Self-Driving): รถจะรับรู้สภาพแวดล้อม ตัดสินใจว่าจะขับไปทางไหน และเรียนรู้จากประสบการณ์การขับขี่

ระบบจัดการคลังสินค้า (เช่น Sparrow หุ่นยนต์ในคลังของ Amazon): หุ่นยนต์จะรับรู้ตำแหน่งสินค้าและเส้นทาง ตัดสินใจว่าจะหยิบสินค้าอะไร และเรียนรู้ที่จะทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ความแตกต่างระหว่าง Agentic AI และ AI Agents

มุมมองAgentic AIAI Agents
ลักษณะ1.เหมือนเป็นสมองกลที่มีความคิดเป็นของตัวเอง สามารถตัดสินใจ ทำงาน และเรียนรู้ได้เอง
2.ทำงานแบบมีอิสระ ไม่ต้องรอคำสั่งตลอดเวลา
3.มีเป้าหมายที่ชัดเจนและพยายามทำให้สำเร็จได้ด้วยตัวเอง
1.เหมือนเป็นผู้ช่วยที่ทำตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด
2.เหมาะสำหรับงานที่ทำซ้ำๆ และงานที่กำหนดขั้นตอนไว้ชัดเจน
3.ไม่มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์หรือตัดสินใจด้วยตัวเองมากนัก
การทำงาน1.รับรู้ (Perception): มองเห็นและเข้าใจโลกภายนอก (เช่น รถยนต์ไร้คนขับมองเห็นถนน, ระบบรักษาความปลอดภัยมองเห็นการเคลื่อนไหวในเครือข่าย)
2.คิดวิเคราะห์ (Reasoning): นำข้อมูลที่ได้รับมาวิเคราะห์และทำความเข้าใจสถานการณ์
3.ลงมือทำ (Action): ตัดสินใจว่าจะทำอะไรต่อไป (เช่น รถยนต์ตัดสินใจเลี้ยว, ระบบรักษาความปลอดภัยตัดสินใจบล็อกการโจมตี)
4.เรียนรู้ (Learning): เรียนรู้จากประสบการณ์และปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้น (เช่น รถยนต์เรียนรู้เส้นทางใหม่, ระบบรักษาความปลอดภัยเรียนรู้รูปแบบการโจมตีใหม่)
1.รับข้อมูลเข้ามา
2.ประมวลผลข้อมูลตามกฎหรือรูปแบบที่ตั้งไว้
3.แสดงผลลัพธ์ตามที่กำหนด
การใช้ข้อมูล1.ใช้ข้อมูลแบบไดนามิก: รับข้อมูลมาวิเคราะห์, ตัดสินใจ, และเรียนรู้ต่อเนื่อง
2.ตัวอย่าง: รถยนต์ไร้คนขับใช้ข้อมูลจากเซ็นเซอร์เพื่อนำทาง, ระบบจัดการห่วงโซ่อุปทานใช้ข้อมูลเพื่อคาดการณ์ความต้องการ, ระบบรักษาความปลอดภัยใช้ข้อมูลเพื่อตรวจจับภัยคุกคาม
1.ใช้ข้อมูลแบบตรงไปตรงมา: รับข้อมูลมาประมวลผลและแสดงผลลัพธ์ตามที่ตั้งไว้
2.ตัวอย่าง: แชทบอทตอบคำถามลูกค้าตามฐานข้อมูล, ผู้ช่วยส่วนตัวตอบคำสั่งเสียง, เครื่องมืออีเมลแนะนำคำตอบ, เครื่องมือเขียนโค้ดแนะนำโค้ด
ตัวอย่างเหมือนคนขับรถที่สามารถตัดสินใจเลือกเส้นทางและปรับตัวตามสภาพการจราจรได้เองเหมือนคนขับรถที่ขับตามเส้นทางที่กำหนดไว้เท่านั้น

Agentic Ai และ Ai Agent Use Case สำหรับการนำไปใช้งานอุตสาหกรรมต่างๆ

Agentic AI: ขับเคลื่อนธุรกิจด้วยปัญญาที่คิดและเรียนรู้ด้วยตนเอง

Agentic AI เปรียบเสมือน “สมองกล” ที่สามารถวิเคราะห์สถานการณ์ ตัดสินใจ และเรียนรู้ได้อย่างอิสระ ทำให้ธุรกิจสามารถรับมือกับความท้าทายที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ยกตัวอย่างการใช้งานในแต่ละอุตสาหกรรม เช่น

  • อุตสาหกรรมการเงิน:
    • “นักวิเคราะห์การลงทุนอัจฉริยะ”: Agentic AI วิเคราะห์ข้อมูลตลาดแบบเรียลไทม์, ประเมินความเสี่ยง, และตัดสินใจลงทุนแบบอัตโนมัติ เพื่อสร้างพอร์ตการลงทุนที่ปรับตัวตามสถานการณ์
  • อุตสาหกรรมสุขภาพ:
    • “ระบบบริหารจัดการโรงพยาบาลอัจฉริยะ”: Agentic AI วิเคราะห์ข้อมูลการเข้าใช้บริการ, ทรัพยากรที่มีอยู่, และข้อมูลผู้ป่วย, เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของโรงพยาบาล, ลดระยะเวลารอคอย, และเพิ่มคุณภาพการดูแลผู้ป่วย
  • อุตสาหกรรมค้าปลีก:
    • “นักวางแผนโปรโมชั่นอัจฉริยะ”: Agentic AI วิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมการซื้อของลูกค้า, ข้อมูลการแข่งขัน, และข้อมูลสินค้าคงคลัง, เพื่อวางแผนโปรโมชั่นที่ดึงดูดลูกค้าและเพิ่มยอดขาย

AI Agents: เพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจด้วยผู้ช่วยดิจิทัลอัจฉริยะ

  • อุตสาหกรรมการเงิน:
    • “แชทบอทบริการลูกค้าสำหรับธนาคาร”: AI Agents ตอบคำถามลูกค้า, ช่วยแก้ไขปัญหา, และให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทางการเงินตลอด 24 ชั่วโมง
  • อุตสาหกรรมสุขภาพ:
    • “ผู้ช่วยนัดหมายแพทย์อัจฉริยะ”: AI Agents จัดการการนัดหมายแพทย์, ส่งการแจ้งเตือน, และตอบคำถามเกี่ยวกับการเตรียมตัวก่อนพบแพทย์
  • อุตสาหกรรมค้าปลีก:
    • “ผู้ช่วยช้อปปิ้งออนไลน์อัจฉริยะ”: AI Agents แนะนำสินค้าที่ตรงกับความสนใจของลูกค้า, ช่วยเปรียบเทียบราคา, และจัดการการสั่งซื้อ

ข้อควรพิจารณาเพิ่มเติม:

  • การนำ AI ไปใช้ในอุตสาหกรรมเหล่านี้ต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของข้อมูลและความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้
  • การผสมผสาน Agentic AI และ AI Agents ในการทำงานร่วมกันจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ใช้มากยิ่งขึ้น
  • การที่จะให้AIมีประสิทธิภาพ ข้อมูลที่จะป้อนให้กับAI ต้องมีคุณภาพและปริมาณที่เหมาะสม

ข้อมูลอ้างอิง

https://medium.com/@elisowski/ai-agents-vs-agentic-ai-whats-the-difference-and-why-does-it-matter-03159ee8c2b4

📋 แบบฟอร์มด้านล่าง หรือ

📞โทร. 02-096-6362 กด 2 เพื่อติดต่อฝ่ายขาย

📱 Line: @predictive (มี @ ด้วยนะคะ)

✉️ Email : marketing@predictive.co.th

How we can help

Fill out the form below to discuss your needs or learn more about our services

"*" indicates required fields

Name*
Please let us know what's on your mind. Have a question for us? Ask away.