Moment-Based Marketing

Moment-Based Marketing คืออะไร และทำไมแบรนด์ต้องรู้จัก

ในยุคที่ ความสนใจของผู้บริโภค (Attention) กลายเป็นทรัพยากรที่หายากที่สุดในระบบเศรษฐกิจดิจิทัล แบรนด์จำนวนมากกำลังเผชิญปัญหาเดียวกันโดยไม่รู้ตัว นั่นคือ การสื่อสารมากขึ้น แต่ได้ผลลัพธ์น้อยลง

รูปแบบการตลาดแบบดั้งเดิมที่เน้นการส่งข้อความแบบเหมารวม หรือที่รู้จักกันในชื่อ Batch-and-Blast Campaign กำลังสูญเสียประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงเพราะผู้บริโภคได้รับข้อความมากเกินไป แต่เพราะข้อความเหล่านั้น ไม่สอดคล้องกับบริบทและจังหวะเวลาที่แท้จริงของลูกค้า

จากบริบทนี้เอง แนวคิด Moment-Based Marketing จึงกลายเป็นหัวใจสำคัญของการตลาดยุคใหม่ และถูกมองว่าเป็นวิวัฒนาการขั้นถัดไปของ Personalization 2.0

Moment-Based Marketing คืออะไร และแตกต่างจากการตลาดแบบเดิมอย่างไร

Moment-Based Marketing (MBM) คือแนวคิดการตลาดที่มุ่งใช้ข้อมูลเชิงพฤติกรรมและบริบทแบบเรียลไทม์ เพื่อสื่อสารกับลูกค้าใน “ช่วงเวลาที่มีความหมาย” มากที่สุด ไม่ใช่แค่ “ช่วงเวลาที่แบรนด์สะดวกส่ง”

Moment ในที่นี้อาจเกิดจาก

  • พฤติกรรมการใช้งาน (Behavioral Signals)
  • บริบทแวดล้อม (Context) เช่น เวลา สถานที่ หรือสถานการณ์
  • สถานะใน Customer Lifecycle

หัวใจสำคัญไม่ใช่การสื่อสารให้เร็วขึ้น แต่คือ การสื่อสารให้ตรงจังหวะและตรงความต้องการ

วิกฤตของการตลาดแบบ Batch: เมื่อความถี่กลายเป็นอุปสรรค

ปัญหาเชิงโครงสร้างของ Batch Campaign

การตลาดแบบ Batch อาศัยการวางแผนตามปฏิทินของแบรนด์ (Brand-centric) มากกว่าพฤติกรรมของลูกค้า (Customer-centric) ซึ่งนำไปสู่ปัญหาหลัก 3 ประการ

  1. ข้อมูลล่าช้า (Data Delay)

ระบบการตลาดแบบเดิมมักประมวลผลข้อมูลเป็นรอบ ทำให้การตัดสินใจ ตามหลังพฤติกรรมจริงของลูกค้า

  1. การแบ่งกลุ่มแบบกว้างเกินไป

การใช้ Demographic เช่น อายุ เพศ หรือที่อยู่ ไม่สามารถสะท้อน “เจตนา ณ ขณะนั้น” ของผู้บริโภคได้

(อ่านเพิ่มเติมเรื่องการแบ่งกลุ่มลูกค้าได้ที่:https://predictive.co.th/en/blog/แบ่ง-segment-ยังไง-ให้-digital-marketer-สามารถเ/)

  1. ผลกระทบเชิงลบต่อความสัมพันธ์

การสื่อสารที่ไม่ตรงบริบทมักถูกมองว่าเป็น Noise มากกว่าคุณค่า และค่อย ๆ บั่นทอนความเชื่อมั่นในระยะยาว

จาก Batch สู่ Moment: การเปลี่ยนกรอบความคิดเชิงกลยุทธ์

การเปลี่ยนผ่านนี้สะท้อนให้เห็นว่า การตลาดในอนาคตไม่ใช่เรื่องของการส่งให้มากขึ้น แต่คือการเลือก “ส่งเมื่อควรส่ง”

งานวิจัยหลายฉบับชี้ตรงกันว่า การสื่อสารที่อิงจาก Trigger สามารถเพิ่ม Engagement ได้ 20–30% เพราะเป็นการเข้าไปในจังหวะที่ลูกค้า “พร้อมจะฟัง”

การกำหนด Moment ให้สอดคล้องกับ Customer Lifecycle

Moment ≠ ทุกพฤติกรรม

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือการตั้ง Trigger ทุกเหตุการณ์ ซึ่งจะนำไปสู่ Over-communication
Moment ที่ดีต้องตอบคำถามว่า

“ช่วงเวลานี้ ช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจได้ดีขึ้นจริงหรือไม่”

ตัวอย่าง Moment ในแต่ละช่วง Lifecycle

1. Acquisition & Onboarding

เป้าหมายของช่วงนี้คือการนำพาผู้ใช้ใหม่ไปสู่ “Aha! Moment” หรือจุดที่พวกเขารับรู้ถึงคุณค่าที่แท้จริงของบริการ แทนที่จะส่งอีเมลต้อนรับแบบเดิมๆ แบรนด์ควรตั้ง Trigger ตามกิจกรรมจริง เช่น หากผู้ใช้ลงชื่อเข้าใช้แต่ยังไม่เริ่มตั้งค่าโปรไฟล์ภายใน 24 ชั่วโมง ระบบควรส่งคำแนะนำที่ปรับแต่งตามเป้าหมายที่ผู้ใช้ระบุไว้ตอนสมัคร

2. Activation & Engagement

เมื่อผู้ใช้ผ่านช่วงเริ่มต้นมาแล้ว กลยุทธ์ต้องเปลี่ยนไปสู่การสร้างนิสัย (Habit Formation) ตัวอย่างเช่น ในแอปพลิเคชันฟินเทค หากลูกค้ามีการฝากเงินก้อนใหญ่เข้าบัญชีออมทรัพย์ ระบบ Moment-Based Marketing สามารถส่งคำแนะนำการลงทุนที่เหมาะสมกับจำนวนเงินนั้นได้ทันที หรือในกรณีของอีคอมเมิร์ซ การใช้ Trigger จากการ “ละทิ้งตะกร้าสินค้า” (Abandoned Cart) ผสมผสานกับบริบทภายนอก เช่น การแจ้งเตือนเรื่องสินค้าที่เหลืออยู่ในตะกร้าในวันที่ฝนตกสำหรับสินค้าจำพวกเสื้อกันฝน จะช่วยเพิ่มความเกี่ยวข้องในเชิงบริบทได้อย่างมหาศาล

3. Retention & Churn Prevention

กลยุทธ์ในส่วนนี้ต้องเน้นการคาดการณ์ (Predictive) โดยใช้ AI เพื่อระบุสัญญาณเตือนล่วงหน้าก่อนที่ลูกค้าจะเลิกใช้งาน หากระบบตรวจพบว่าความถี่ในการใช้งานลดลงต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานของลูกค้ารายนั้นๆ ระบบควรสร้าง “Win-back Campaign” ที่เสนอสิทธิประโยชน์ที่สอดคล้องกับประวัติการใช้งานในอดีตทันที ซึ่งแบรนด์ระดับโลกอย่าง Netflix ได้พิสูจน์แล้วว่าการใช้ระบบอัตโนมัติสามารถช่วยลดการสูญเสียสมาชิกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จาก Trigger สู่ Orchestration: ความท้าทายเชิงระบบที่องค์กรต้องเผชิญ

เมื่อจำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้น การจัดการ Moment ด้วยมนุษย์แทบเป็นไปไม่ได้ ความท้าทายจึงไม่ได้อยู่ที่ “ไอเดียแคมเปญ” แต่อยู่ที่ โครงสร้างข้อมูลและระบบการตัดสินใจ

องค์กรที่ขยับสู่ Moment-Based Marketing อย่างจริงจัง มักต้องตอบคำถามเหล่านี้ให้ได้:

  • ข้อมูลลูกค้าถูกเชื่อมกันจริงหรือยัง (Unified Customer View)
  • ระบบรองรับการตัดสินใจแบบ Real-time หรือยัง
  • มีการคำนวณ “เวลาที่เหมาะสม” สำหรับแต่ละคนหรือไม่
  • ช่องทางการสื่อสารทำงานแยกกัน หรือเชื่อมเป็น Journey เดียว

นี่คือจุดที่หลายองค์กรเริ่มมองหา ที่ปรึกษาด้าน Customer Data, Marketing Automation และ Experience Orchestration มากกว่าการมองหาเครื่องมือเพียงอย่างเดียว

บริบทของไทย: โอกาสและความท้าทายใน Moment-Based Marketing

ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่มีความพร้อมสูงสุดสำหรับการตลาดแบบ Moment-Based เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ “Mobile-first” อย่างเหนียวแน่น โดย 98% ของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตในไทยเข้าถึงโลกดิจิทัลผ่านสมาร์ทโฟน ซึ่งสอดคล้องกับที่ระบุว่าลูกค้าต้องการประสบการณ์ที่ปรับให้เข้ากับความต้องการเฉพาะบุคคลในทุก Touchpoint

ช่วงเวลาสำคัญทางวัฒนธรรมและ “Micro-Moments”

ในไทย Moment ไม่ได้หมายถึงแค่พฤติกรรมในแอป แต่รวมถึงกระแสทางวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว:

  • สงกรานต์ (Songkran): เป็นช่วงเวลาที่มีการเดินทางและทำธุรกรรมฟินเทคสูงที่สุด โดยในปี 2023 ยอดการติดตั้งแอปฟินเทคเพิ่มขึ้นถึง 33% ในช่วงเทศกาล แบรนด์ควรเตรียม “Micro-moments” สำหรับการวางแผนการเดินทาง เพื่อนำเสนอดีลโรงแรมหรือประกันการเดินทางในจังหวะที่ลูกค้ากำลังค้นหาข้อมูลบนมือถือ  
  • Double Day (11.11, 12.12): เป็นช่วงเวลาที่ผู้บริโภคไทยมีความตั้งใจซื้อสูงมาก การใช้ AI เพื่อทำ Hyper-personalization นำเสนอสินค้าที่ตรงกับสิ่งที่ลูกค้าเคยดูไว้ พร้อมโค้ดส่วนลดที่หมดอายุภายในไม่กี่ชั่วโมง จะช่วยเร่งการตัดสินใจในช่วงที่การแข่งขันสูงได้  
  • กระแส Viral: พฤติกรรมคนไทยชอบการมีส่วนร่วมกับ “Real-time Trend” แบรนด์ที่สามารถปรับเนื้อหาให้เข้ากับกระแสสังคมได้ทันท่วงที จะสามารถสร้าง Engagement และความจดจำแบรนด์ได้ในต้นทุนที่ต่ำกว่าแคมเปญปกติ

บทสรุปและก้าวต่อไป: อนาคตของการสื่อสารแบบ “Always-on”

Moment-Based Marketing ไม่ใช่เพียงแค่แนวโน้มชั่วคราว แต่คือความต้องการพื้นฐานของผู้บริโภคที่ต้องการได้รับการปฏิบัติในฐานะ “บุคคล” ที่มีบริบทแตกต่างกันไปในแต่ละช่วงเวลา การเปลี่ยนผ่านจากแคมเปญแบบ Batch ที่สร้างเสียงรบกวน ไปสู่การใช้ระบบ Orchestration ที่ชาญฉลาดจะช่วยให้แบรนด์สามารถส่งมอบความเกี่ยวข้อง (Relevance) ได้ในระดับที่มนุษย์ไม่สามารถทำได้ด้วยตัวเอง  

แบรนด์ที่ประสบความสำเร็จในอนาคตจะคือแบรนด์ที่สามารถผสานรวม AI เข้ากับกลยุทธ์ Customer Lifecycle เพื่อตัดสินใจแทนมาร์เก็ตเตอร์ในเสี้ยววินาที สำหรับตลาดประเทศไทย หัวใจสำคัญจะอยู่ที่การใช้พลังของ “Mobile-first Context” ร่วมกับความเข้าใจในจังหวะทางวัฒนธรรมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ยาวนานและเพิ่มมูลค่าตลอดช่วงชีวิตของลูกค้า (LTV) อย่างยั่งยืน  

การรอ “รอบแคมเปญถัดไป” กำลังกลายเป็นต้นทุนที่แพงเกินไป เพราะทุกวินาทีที่ช้าลง คือโอกาสที่แบรนด์อื่นจะเข้าไปอยู่ใน Moment นั้นแทน

หากองค์กรของคุณกำลังตั้งคำถามว่า

  • ควรเริ่มออกแบบ Moment-Based Marketing จากตรงไหน
  • ระบบข้อมูลปัจจุบันรองรับ Real-time Experience แค่ไหน
  • หรือ Customer Journey วันนี้ ยังมี “ช่วงเวลาที่หายไป” อยู่หรือไม่

การพูดคุยกับทีมที่เข้าใจทั้ง Customer Data, Lifecycle Strategy และบริบทธุรกิจไทยอาจช่วยให้เห็นภาพชัดขึ้นว่าควรขยับอย่างไรต่อ

สามารถทักมาพูดคุยหรือขอคำปรึกษาเชิงกลยุทธ์ได้ที่ Predictive โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการปรึกษาเบื้องต้น

How we can help

Fill out the form below to discuss your needs or learn more about our services

"*" indicates required fields

This field is for validation purposes and should be left unchanged.
Name*
Please let us know what's on your mind. Have a question for us? Ask away.