Google analytics 4 ที่ต้องรู้ (Part 2/4 ): Report “Users Demographics” บอกอะไรเกี่ยวกับการทำ STP เพื่อวางกลยุทธและกำหนดทิศทางได้บ้าง

หลังจากที่ได้อ่าน Google Analytics 4 สอนวิเคราะห์ Report “New VS. Returning Users” กันไปแล้ว วันนี้เราจะมาเล่าเกี่ยวกับ Report “User Demographics” หากใครอยากรู้เพิ่มเติม มาเริ่มอ่านกันได้เลย

ในการวางกลยุทธทางการตลาด สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือกลุ่มเป้าหมายที่จะทำการซื้อสินค้าและบริการที่เราจะนำมาเสนอให้ ในโพสต์นี้เรามารู้จักกับ STP หรือ Segmentation Targeting Positioning ซึ่งเป็นเครื่องมือ หรือ Framework สำคัญในการทำแผนการตลาดในการหากลุ่มเป้าหมายที่ตรงกับสินค้าและบริการที่เรามี ปกติแล้ว STP จะเป็นขั้นตอนที่ต้องลงทุนในเรื่องของงบประมาณและเวลาค่อนข้างมาก แต่วันนี้เรามี Google Analytics 4 ที่จะมาช่วยย่นระยะเวลาให้เราทำ STP ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

STP คืออะไร

STP มาจากคำ 3 คำ คือ Segmentation, Targeting และ Positioning เป็นเครื่องมือหรือ Framework ในการวิเคราะห์ทางการตลาด เพื่อช่วยวางกลยุทธ กำหนดทิศทางการดำเนินธุรกิจ และ ช่วยให้เรารู้ว่าลูกค้าของเราคือใคร เพื่อที่จะจัดโปรโมรชันหรือทำแคมเปญส่งเสริมการขายที่ถูกใจกลุ่มเป้าหมายได้มากที่สุด เพราะกลุ่มเป้าหมายแต่ละกลุ่มมีพฤติกรรมการซื้อ และ ความชอบความสนใจในตัวสินค้าที่แตกต่างกัน 

  1. แบ่งส่วนตลาด (Segmentation): เป็นการแบ่งลูกค้าออกเป็นกลุ่มย่อย ตามเกณฑ์ต่างๆ เช่น ช่วงอายุ ความสนใจ รายได้ เป็นต้น
  2. เลือกกลุ่มเป้าหมาย (Targeting): ดูข้อมูลจาก Segmentation ว่ากลุ่มไหนที่มีศักยภาพในการเติบโตมากที่สุด ซึ่งกลุ่มนั้น จะต้องเหมาะสมกับสินค้า และองค์กรของเราด้วย ซึ่งเราจะเรียกกลุ่มที่เราเลือกว่ากลุ่มเป้าหมาย หรือ Targeting
  3. วางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ (Positioning): การสร้างจุดขาย หรือ USP (Unique Selling Point) ให้กับสินค้าของเรา ซึ่งจุดขายนี้จะต้องตรงกับกลุ่มเป้าหมายหลัก และ มีวิธีการนำเสนอที่เหมาะสมด้วย เพื่อสร้างความแตกต่างและโดดเด่นจากคู่แข่ง

Google Analytics 4 เกี่ยวกับ STP ยังไง ?

ในGoogle Analytics 4 จะมีการรายงานในส่วนของ “Demographic” อยู่ ซึ่งจะบอกเราว่า คนที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา ส่วนใหญ่แล้วเป็นใคร โดยรายละเอียกต่างๆจะถูกแบ่งออกเป็น 5 ส่วน ได้แก่ 

  1. Location: ประเทศ/จังหวัด/เมืองอะไร
  2. Language: ใช้ภาษาอะไร
  3. Age: ช่วงอายุ
  4. เพศ
  5. ความสนใจ

ซึ่งหมายความว่า 5 reports นี้จะช่วยเราทำ Segmentation เรียบร้อยแล้ว

ในส่วนต่อไปที่ GA4 จะมาช่วยเราได้ก็คือ Targeting เพราะใน Report จะมีบอกว่า รายได้ส่วนใหญ่ของเรา มาจากคนกลุ่มไหนใน Segmentation นั้นๆ เช่น ถ้ารายได้ส่วนใหญ่ของเรามาจาก “USA, Minnesota อายุ 25-34 เพศชาย มีความสนใจเกี่ยวกับ Media & entertainment/ TV Lovers”

และในส่วนของการทำ Positioning นั้น เจ้าของธุรกิจนั้น หรือนักการตลาดของธุรกิจนั้นต้องเป็นผู้จัด Positioning ขึ้นมาเอง เพราะ “ไม่มีใครรู้จักสินค้า/บริการของเรา ดีเท่าตัวเรา” ซึ่งการทำ Positioning นั้น คือการสร้างกราฟแกน X-Y ขึ้นมา โดยใช้เกรณฑ์ที่เรากำหนด และดูว่าคู่แข่งของเราอยู่ที่จุดไหน และใส่สินค้า/แบรนด์ของเราเข้าไปในจุดที่เราตั้งใจไว้ เพื่อดูว่าคู่แข่งของเราคือใคร มีทิศทางการทำการตลาดแบบไหน และเราควรสร้างจุดขาย (Unique Selling Point) ยังไง

วิธีเข้าดู Report Google Analytics 4

หลังจากที่เราได้ข้อมูลทั้ง 3 ส่วนแล้ว (Segmentation, Targeting, Positioning) การดำเนินกิจกรรมต่างๆทางการตลาดก็จะเป็นไปอย่างมีทิศทางและมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย

หากธุรกิจไหนที่กำลังมองทางเครื่องมือในการทำการตลาด เพิ่มยอดขาย หรือทิศทางในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่ไม่อยากเสียเวลาในการทำ Market Research สามารถติดต่อ Predictive เพื่อติดตั้ง Google Analytics 4 หรือสอบถามช้อมูลเพิ่มเติมได้เลย และเรายินดีให้คำปรึกษาฟรี