6 เทรนด์การตลาดปี 2022 พร้อมแนวทางการปรับตัวสำหรับธุรกิจ

6 เทรนด์การตลาดปี 2022 พร้อมแนวทางการปรับตัวสำหรับธุรกิจ

พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง และธุรกิจจะปรับตัวอย่างไรให้ก้าวล้ำนำคู่แข่ง

มารับฟัง 6 Main Trends ฝั่งการตลาดที่จะเปิดขึ้นในปี 2022 และแนวทางการวางกลยุทธ์ด้านการตลาดให้สอดคล้องกับธุรกิจและบริการของคุณ 

1. Rethinking Privacy – ลูกค้ายอมให้ข้อมูลมากขึ้นหากได้รับ Value กลับมา

Rethinking Privacy - ลูกค้ายอมให้ข้อมูลมากขึ้นหากได้รับ Value กลับมา
Rethinking Privacy – ลูกค้ายอมให้ข้อมูลมากขึ้นหากได้รับ Value กลับมา

ทาง Gartner คาดการณ์ว่าในปี 2023 จำนวนลูกค้าที่ไม่ยินยอมให้ข้อมูลส่วนตัว (Opt out) จะลดลงจาก 85% เหลือเพียง 60% เนื่องจากที่ผ่านมาลูกค้าได้ Ads ที่ไม่โดนใจ ไม่ตอบโจทย์ จึงยอมให้ข้อมูลเพื่อหวังการได้รับการสื่อสารแบบ Personalization อีกครั้ง

ส่งผลอะไรกับธุรกิจบ้าง ?​ 

  • แอปฯ หรือเว็บไซต์ที่สามารถเพิ่ม % ที่ลูกค้าจะยินยอมให้ข้อมูล (Opt-in) จะได้ประโยชน์ในระยะยาวในการเก็บข้อมูลของลูกค้า และนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อเข้าใจลูกค้าให้มากขึ้น

ธุรกิจควรทำอะไรต่อไป ?

  • สื่อสาร Value Exchange และความน่าเชื่อถือของธุรกิจ เพื่อให้ลูกค้าเห็นคุณค่า และไว้วางใจในตัวแบรนด์มากเพียงพอที่ลูกค้าจะยินยอมให้ข้อมูลส่วนตัว (Opt-in)
  • วางระบบให้กระบวนการเปลี่ยนสิทธิการให้ข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าเป็นเรื่องง่าย และลูกค้าสามารถทำยกเลิกการให้ข้อมูลส่วนตัวได้ด้วยตัวเอง เพื่อให้เป็นไปตามกฏหมาย PDPA และลูกค้ารู้สึกว่าตัวเองมีสิทธิในการตัดสินใจตลอดเวลา 
  • ทำงานร่วมกับ Publishers เพื่อ Optimize การยิง Ads แบบ Contextual และวัดผลให้แม่นยำ ในเคสที่ธุรกิจไม่มีข้อมูล Tracking Data ของตัวเอง 

อ่านเพิ่มเติม : iOS 14.5 และ App Tracking Transparency จะเปลี่ยนโลกสายยิงแอดอย่างไร แล้วแบรนด์รับมือยังไงได้บ้าง 

2. From Primetime to My Time – ลูกค้าเลือกเข้าถึงสื่อในเวลาที่ต่างไป 

From Primetime to My Time - ลูกค้าเลือกเข้าถึงสื่อในเวลาที่ต่างไป
From Primetime to My Time – ลูกค้าเลือกเข้าถึงสื่อในเวลาที่ต่างไป

ในปี 2023 ปริมาณของ Ad Impressions ของ TV และ Streaming Media ต่างๆ จะเพิ่มขึ้นในช่วง Working Hours ถึง 60% 

โดยคนกว่า 20% ของคนใช้เวลาดู TV และ Streaming ระหว่างวัน มากกว่าที่พวกเขาดูในปี 2022 

ส่งผลอะไรกับธุรกิจบ้าง ?​ 

  • หลายๆ องค์กรมีการปรับมาทำงานเเบบ Work From Home หรือ Hybird มากขึ้น
  • คนจึงเริ่มใช้เวลากับ TV และ Streaming ระหว่างวันมากขึ้น ทำให้นักการตลาดต้องมีการวางแผนการเข้าถึงคนเหล่านี้ในช่วงเวลาระหว่างวันให้ได้ 

ธุรกิจควรทำอะไรต่อไป ?

  • วิเคราะห์พฤติกรรมการเสพย์สื่อของกลุ่มเป้าหมาย และปรับกลยุทธ์การสื่อสารให้อยู่ในช่วงที่กลุ่มเป้าหมายใช้งานมากที่สุด ซึ่งแน่นอนว่าต้องหมั่นวัดผลข้อมูลเสมอเพราะพฤติกรรมของลูกค้าเองก็เปลี่ยนไปทุกวัน 
  • มีการ Integrate เสียง (Audio) เป็นพาร์ทสำคัญของการสื่อสารมากขึ้น ให้มีความสอดคล้องในแต่ละ Channel 

3. Advocacy is Part of the Job – พนักงานเป็นส่วนสำคัญในการสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ 

Advocacy is Part of the Job - พนักงานเป็นส่วนสำคัญในการสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ
Advocacy is Part of the Job – พนักงานเป็นส่วนสำคัญในการสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ 

ในปี 2023 90% ของ กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ในฝั่ง B2B จะมีสร้าง Knowledge Hub ภายในบริษัทขององค์ความรู้ต่างๆ ในองค์กร และทำให้พนักงานสามารถเข้าถึงได้ง่าย เพื่อสร้าง Employee Advocacy หรือการที่พนักงานอิน และมีส่วนร่วมกับองค์กร เพื่อให้พนักงานเข้ามาช่วยสร้างสรรไอเดียใหม่ๆ ให้องค์กรได้

ธุรกิจควรทำอะไรต่อไป ?

  • เลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมในการรวบรวมองค์ความรู้ต่างๆ ในองค์กร และเปิดให้พนักงานเข้าถึงข้อมูลที่จำเป็นได้ 
  • อัปเดทนโยบายการใช้ Social Media เพื่อให้เกิดการใช้ Social Media สำหรับทำงานอย่างมีความเหมาะสม 

4. Before you click buy – บริหารประสบการณ์ก่อนการซื้อของลูกค้า

Before you click buy - บริหารประสบการณ์ก่อนการซื้อของลูกค้า
Before you click buy – บริหารประสบการณ์ก่อนการซื้อของลูกค้า

ลูกค้า B2B มีความต้องการการซื้อของบนโลกออนไลน์ด้วยตัวเองเพิ่มสูงขึ้น จากการสำรวจพบว่า ลูกค้ากว่า 43% มักจะเลือกซื้อด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องการตัวแทนขายโดยในปี 2025 ⅕ ของ บริษัท B2B จะมีการใช้ AI/ML เพื่อช่วยหาจังหวะที่เหมาะสมที่จะให้ตัวแทนขายเข้าไปให้ความช่วยเหลือลูกค้า และสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุด

ส่งผลอะไรกับธุรกิจบ้าง ?​ 

  • ก่อนที่บริษัท B2B จะ Transform มาเสนอการให้บริการแบบ Hybrid ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ต้องเข้าใจ Customer journey และมีการนำเทคโนโลยีมาเสริมใน Touchpoint ที่สำคัญได้อย่างถูกที่ ถูกเวลา 
  • B2B มีการ Integrate การทำการตลาดร่วมกับ Salesforce automation ด้วย AI/ML เพื่อวิเคราะห์ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการให้ตัวแทนขายติดต่อลูกค้ากลับไป เพื่อให้ลูกค้าได้รับระสบการณ์การซื้อที่ดี และไร้รอยต่อมากยิ่งขึ้น 
  • วิเคราะห์ทางเลือกอย่างการทำ “Rep-digital integrations’’ เช่นการทำ Chatbot หรือทีม Customer Relationship Management (CRM) ที่คอยตอบคำถามในแชท (Chat) ของ Digital Platform แบบ Real time ช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจลูกค้าตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น รวดเร็วขึ้น 

ธุรกิจควรทำอะไรต่อไป ?

  • ผู้บริหารต้องเข้ามามีส่วนช่วยในการวางเป้าหมาย และกระบวนการทำงานของทีม
  • มีการทดสอบ และ นำเทคโนโลยีไปใช้ เพื่อช่วยให้กระบวนซื้อลื่นไหล และ เชื่อมต่อกับตัวแทนขาย ได้ภายในแพลทฟอร์ม 

5. Virtual Influencers for Hire – การโลดเล่นของอินฟลูเสมือนจริง 

Virtual Influencers for Hire - การโลดเล่นของอินฟลูเสมือนจริง
Virtual Influencers for Hire – การโลดเล่นของอินฟลูเสมือนจริง

กระแส Virtual Influencers ที่เกิดขึ้นพร้อมการเติบโตของโลก Gamefi , NFT , Metaverse โดยแบรนด์เริ่มมีการใช้อินฟลูเสมือนมาช่วยโปรโมทแบรนด์ เช่น

  • Li Miquela ที่เป็น Virtual Influencers ด้าน Fashion และทำงานร่วมกับหลายๆ แบรนด์ เช่น Calvin Klein , Prada , Samsung 
  • K/DA ที่มีคาแรกเตอร์เหมือนในเกมส์ League of Legends และสวนใส่เสื้อผ้าจากแบรนด์ Louis Vuitton ซึ่ง K/DA มีการปล่องเพลงลงบน Youtube และมียอดผู้ชมกว่า 460 ล้านวิว 

โดยผลการสำรวจพบว่า ในปี 2026 CMO จะมีการแบ่งงบการตลาดสำหรับ Influencers สำหรับ Virtual Influencers (VIs) อย่างจริงจังมากขึ้น

ส่งผลอะไรกับธุรกิจบ้าง ?​ 

  • Virtual Influencers ทำให้แบรนด์สามารถออกแบบทุกๆ stage เพื่อสื่อสารภาพลักษณ์ของแบรนด์ได้อย่างคมชัด 
  • แบรนด์สามารถเลือกได้ว่าจะทำงานร่วมกับ VIs ที่มีชื่อเสียงอยู่แล้ว หรือเลือกที่จะสร้างตัวตนใหม่ ผ่านการจ้าง animators , คนเขียนสคริปต์ และ Voice actors 

ธุรกิจควรทำอะไรต่อไป ?

  • วิเคราะห์ธุรกิจของตัวเอง และ เทรนด์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจว่าการทำ Virtual Influencers นั้นสอดคล้องกับธุรกิจของตัวองหรือไม่ 
  • ออกแบบ KPIs เพื่อวัดผลที่เหมาะสมสำหรับ Virtual Influencers  

6. Let’s Go Shopping – ลูกค้ามองหาประสบการณ์การช็อปที่ดียิ่งขึ้น

Let’s Go Shopping - ลูกค้ามองหาประสบการณ์การช็อปที่ดียิ่งขึ้น
Let’s Go Shopping – ลูกค้ามองหาประสบการณ์การช็อปที่ดียิ่งขึ้น

ในปี 2026 60% ของลูกค้ากลุ่ม Millennial และ Gen Z จะช็อปสินค้าผ่าน Social platforms เช่น Instagram , Line มากกว่าช่องทาง Ecommerce อื่นๆ 

  • 24% คนชื่นชอบการช็อปใน Social Platform เพราะว่าได้ Browse และเจอสินค้าใหม่ๆ ไอเดียใหม่ๆ จากคนอื่นๆ 
  • 17%  คนชื่นชอบการช็อปใน Social Platform เพราะว่ามีความสะดวกสบายยิ่งขึ้น ประหยัดเวลา และทำงานง่ายขึ้น 

ส่งผลอะไรกับธุรกิจบ้าง ?​ 

  • มีการออกแบบ Path to purchase ที่ดี เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดี (Customer experience) ในการช็อปออนไลน์ให้ลูกค้า ตั้งแต่ขั้นตอนการสร้างการรับรู้ (Awareness) เปรียบเทียบสินค้า หยิบของใส่ตะกร้า กรอกข้อมูลการชำระเงิน จนของส่งถึงบ้านของลูกค้า 

ธุรกิจควรทำอะไรต่อไป ?

  • มีการวางแผนกลยุทธ์เรื่อง Social Media Content เพื่อสร้าง Engagement กับลูกค้าเป้าหมาย ให้ไปสู่การซื้อใน Social Commerce โดยต้องมีการหมั่นทดลอง วัดผล ปรับเปลี่ยนคอนเทนท์อยู่เสมอ 
  • สื่อสารข้อมูลว่าแต่ละสินค้านั้นเข้าไปช่วยแก้ไขปัญหาให้ลูกค้าได้อย่างไร ในหน้า Product pages 

สรุป Marketing Trends 2022

ลูกค้ามีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ธุรกิจต้องหมั่นศึกษา วิเคราะห์​ เพื่อหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ และปรับตัวให้ทันกับความเป็นไปของโลก และเอาชนะคู่แข่งให้ได้ ใครที่มองหาที่ปรึกษาที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ข้อมูล และตลอดเพื่อมองหาโอกาสใหม่ๆ และพัฒนาศักยภาพของธุรกิจ สามารถติดต่อทาง Predictive มาได้เลยค่ะ